เครื่องพริ้นเตอร์(Printer) คือ อุปกรณ์ชนิดหนึ่งในระบบคอมพิวเตอร์ที่จะทำหน้าที่ในการพิมพ์ข้อมูล เอกสารหรืองานต่างๆ ที่เราทำไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ออกมาสู่วัสดุต่างๆ ที่เราต้องการ เช่น กระดาษ พลาสติก หรือวัสดุอื่นๆ โดยทั่วไปเราจะแบ่งเครื่องPrinterออกไปตามคุณสมบัติ และลักษณะการใช้งานเครื่อง ซึ่งเครื่องพริ้นเตอร์ที่นิยมใช้งานมีทั้งหมด 4 ชนิด ดังนี้คือ

1.เครื่องพิมพ์แบบหัวเข็ม (Dot matrix Printer)

2.เคื่องพิมพ์แบบอิงค์เจต (Inkjet Printer)

3.เครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Laser Printer)

4.เครื่องพิมพ์ความร้อน (Thermal Printer)

ตัวอย่าง เครื่องพริ้นเตอร์(Printer)

1.เครื่องพิมพ์แบบหัวเข็ม (Dot Matrix Printer)

          เป็นเครื่องพิมพ์ชนิดแรกที่ถูกผลิตขึ้นมาใช้งาน แต่ปัจจุบันจะใช้งานบางประเภทเท่านั้น  หลักการทำงานใช้ระบบหัวเข็มยิงกระแทกผ่านผ้าหมึกไปยังกระดาษ  ภาพที่เกิดขึ้นเกิดจากสีของน้ำหมึกที่ซึมอยู่ในผ้าหมึก เหมาะสำหรับงานที่ มีแต่ตารางและตัวหนังสือ และงานที่ต้องการสำเนาที่เกิดขึ้นพร้อมต้นฉบับ เช่น บิล หรือ รายงาน ต่าง ๆ  เครื่องพิมพ์ชนิดนี้สามารถสรุปข้อดี-ข้อเสีย ได้ดังนี้คือ

ข้อดี

           1.สามารถพิมพ์ครั้งเดียวได้ หลาย ๆ แผ่น หรือหลาย COPY ถือว่าเป็นลักษณะเด่นของเครื่องพิมพ์แบบนี้

            2.ประหยัดผ้าหมึกและผ้าหมึกมีราคาถูก  และยังใช้ได้กับกระดาษต่อเนื่อง หรือ ชนิดแผ่นก็ได้

            3.อะไหล่ และ ค่าซ่อมมีราคาไม่สูงมาก

            4.มีความแข็งแรงทนทานในการใช้งานสูง

ข้อเสีย

            1.พิมพ์งานกราฟฟิค ที่มีความละเอียดมาก หรือพิมพ์ภาพสี ไม่ได้

            2.พิมพ์งานได้ช้า  และมีเสียงดัง

            3.มีขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก และ กินกระแสไฟฟ้ามาก

            4.ในปัจจุบันราคาค่อนข้างสูง

                        ในปัจจุบันมีหลายยี่ห้อ เช่น Epson, Oki, Nec, Fujisu เป็นต้น

2.เครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจต (Inkjet Printer)

            เป็นเครื่องพิมพ์ที่นิยมใช้งานกันมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีข้อดีหลาย ๆ ข้อที่ดีกว่าเคื่องพิมพ์แบบหัวเข็ม โดยลักษณะของส่วนประกอบและการทำงานจะคล้ายคลึงกับเครื่องพิมพ์แบบหัวเข็มมาก  เพราะว่าเป็นเครื่องพิมพ์ที่มีพัฒนาการมาจากเคื่องพิมพ์แบบหัวเข็มนั่นเอง เนื่องจากโครงสร้างมีลักษณะต่าง ๆ ที่คล้ายกันโดยจะมีความแตกต่างกันบ้าง คือ ในส่วนของหัวพิมพ์เท่านั่น

            โดยในเครื่องพิมพ์แบบนี้จะใช้หมึกพิมพ์เป็นน้ำ แล้วฉีดพ่นออกไปบนกระดาษ หรือ วัสดุในการพิมพ์ต่าง ๆ เช่น      สติกเกอร์  หรือ แผ่นใส เป็นต้น ไ

            ในปัจจุบันกลุ่มผู้ใช้ที่นิยมใช้เครื่องพิมพ์แบบนี้ คือ กลุ่มผู้ใชเครื่องพิมพ์ตามบ้านเรือน (Home User) เนื่องจากเป็นเครื่องพิมพ์เอนกประสงค์ อีกทั้งตัวเครื่องยังมีราคาถูกกว่าเครื่องพิมพ์แบบอื่น โดยจะสามารถสรุปข้อดี – ข้อเสีย ได้ดังนี้ คือ

ข้อดี

            1.ตัวเครื่องราคาถูกลงมาก

            2.สามารถพิมพ์ภาพสี หรือ ภาพกราฟฟิกได้ดี

            3.มีความเร็วและความละเอียดในการพิมพ์สูง

            4.เสียงในขณะพิมพ์จะเงียบมาก

            5.ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก และ มีน้ำหนักเบา

            6.สามารถเติมน้ำหมึกเองได้ในราคาไม่แพง

ข้อเสีย

            1.อาจจะปัญหาเกี่ยวกับหัวพิมพ์อุดตันได้ง่าย

            2.หมึกพิมพ์แท้มีราคาแพง

            3.ราคาอะไหล่ค่อนข้างแพง

            4.ไม่นิยมซ่อมเพราะค่าซ่อมแพง

           ปัจจุบันเครื่องพิมพ์ชนิดนี้มีใช้งานและจำหน่ายหลายยี่ห้อ เช่น Epson, Nec, Hewllet Packard, Lexmark, Compaq

เป็นต้น

3.เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ (Laser Printer)

            เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ถือได้ว่า เป็นเครื่องพิมพ์ที่นิยมใช้งานมากในบริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ที่ต้องการพิมพ์งาน หรือ เอกสารที่ต้องการความคมชัด ซึ่งเครื่องพิมพ์แบบนี้จะให้ความคมชัดในการพิมพ์มากที่สุด แม้จะไปเปรียบเทียบกับเครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจตที่มีคุณภาพดีที่สุด ก็แล้วแต่ก็ยังมีขอบภาพ หรือ ตัวอักษรเป็นริ้ว ๆ ก็เพราะว่าเป็นหมึกน้ำนั่นเอง ส่วนเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์จะเป็นหมึกผง ที่ทำให้ละลายติดกระดาษโดยตรงจึงคมชัดกว่า

            ในปัจจุบันเครื่องพิมพ์ชนิดนี้มีราคาถูกลงมากจึงนิยมใช้งานกันทั่วไป เราสามารถสรุปข้อดี – ข้อเสีย ของเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ได้ดังนี้ คือ

ข้อดี

            1.คุณภาพการพิมพ์มีความคมชัดมากที่สุด

            2.มีความเร็วในการพิมพ์สูงที่สุด

            3.เสียงในขณะพิมพ์จะเงียบมาก

            4.ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก และ ราคาถูกลงมาก

            5.เราสามรถเติมผงหมึกเองได้ไม่ยาก

ข้อเสีย

            1.ไม่สามารถพิมพ์ภาพสีได้ หากพิมพ์ได้จะมีราคาแพงมาก

            2.ตลับหมึกของแท้ราคาแพง แต่ปัจจุบันมีแบบนำกลับมาใช้ใหม่ได้

            3.ค่าอะไหล่ และ ค่าซ่อมค่อนข้างแพง

            ปัจจุบันมีใช้งานและจำหน่ายหลายยี่ห้อ เช่น Hewllet Packard, Oki, Compaq, Epson เป็นต้น

 เทคโนโลยีต่าง ๆ ในเครื่อง PRINTER

            ความสามารถพิเศษอื่น ๆ ในเครื่องพิมพ์ ปัจจุบันมีมากมายที่แต่ละบริษัทแต่ละยี่ห้อ ได้ทำการพัฒนาขึ้นมาใช้กับผลิตภัณฑ์ของตัวเอง เพื่อความสามารถที่เหนือกว่าและดีกว่า ตัวอย่างเช่น

            เทคโนโลยี Photo Ret 1, 2, 3, 4 ในเครื่องพิมพ์ยี่ห้อฮิลเล็ตแพคการ์ด (Hewllet Packard) หรือ HP ซึ่งจะเป็นเทคนิคการพิมพ์ ที่ใช้วิธีการพิมพ์หมึกทับซ้อนกันหลายชั้น เพื่อที่จะผสมสีให้ได้สีสันที่มีความเหมือนจริง หรือ มีความเหมือนธรรมชาติมากที่สุด

             เทคโนโลยี CAPT ในเครื่องพิมพ์ยี่ห้อแคนอน (Canon) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้การดึงเอาแรมจากเครื่องคอมพิวเตอร์มาช่วยในการประมวลผล หรือ ที่เรียกว่า การแชร์เมโมรี่ (Momory Share) ซึ่งจะทำให้ตัวเครื่องราคาถูกลง เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยี่ห้ออื่น ที่มีความสามารถเท่า ๆ กัน

              เทคโนโลยี SCoA คือ เทคโนโลยีบีบอัดข้อมูล (Data Compress) เพื่อจะทำให้การพิมพ์ต่าง ๆ มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีใช้งานในเครื่องปรินท์เตอร์ยี่ห้อแคนนอน (Canon) โดยเครื่องพิมพ์ที่มีเทคโนโลยีทั้งสองแบบนี้คือ เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์รุ่น LPB – 1210 ยี่ห้อแคนนอน

               เทคโนโลยี PIM (Print Image Matching) คือ เทคโนโลยีที่สามารถอ่านค่าของสีไดัอย่างแม่นยำที่มีใช้งานในเครื่องพิมพ์ยี่ห้อแอปสัน (Epson) อย่างเช่น เครื่องพิมพ์รุ่น Photo830U ซึ่งเทคโนโลยี PIM ของแอปสันเพื่อให้การพิมพ์ภาพมีสีสันเหมือนจริงมากที่สุด

            เทคโนโลยี UMD (Ultra Micro Dot) คือ เทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อทำให้ขนาดหยดหมึกที่พิมพ์ออกมามีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเทคโนโลยีดังกล่าวนี้มีใช้งานอยู่หลายยี่ห้อ ซึ่งปัจจุบันขนาดของหยดหมึกจะมีขนาดเล็กมากเป็นพิโคลิตร (Pico Lites) โดยประมาณจะอยู่ในช่วง 2-5 พิโคลิตร ( พิโคลิตร คือ การแบ่งหมึก 1 ลิตร ให้เป็นล้านล้านส่วน) ดังนั้น 2-5 พิโคลิตร จึงหมายถึง สองถึงห้าส่วนหนึ่งล้านล้านส่วนของหนึ่งลิตร ซึ่งก็จะมีขนาดหยดหมึกที่เล็กมาก ๆ

 

ข้อมูลอ้างอิง : http://www.pgroupthai.com/article-th-7417-มารู้จักเครื่องพริ้นเตอร์กันเถอะ(PRINTER).html