การเลือก Keywords SEO

การหา Keyword SEO จะต้องเริ่มต้นกับการระดมความคิด รวบรวม Keyword และวลีที่ได้พัฒนามา ต้องเป็นคำที่คนทั่วไปใช้ค้นหาและมีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าเว็บไซต์ของคุณ มีความตั้งใจจะซื้อบางสิ่งบางอย่างจากเว็บไซต์คุณ หรือดำเนินการบางอย่างในเว็บไซต์ของคุณ เพื่อให้ได้เข้าถึงเนื้อหาของคุณ

เครื่องมือช่วยค้นหา Keyword

เริ่มต้นด้วยการขยายความและรวบรวม Keyword SEO ประมาณ 10-100 คำ ขั้นตอนต่อไปคือการใช้เครื่องมือ Keyword เช่น Google AdWords หรือเครื่องมือตัวอื่น เราต้องการจะนำ Keyword และวลีที่เราได้รวบรวมมาแล้วนำไปวิเคราะห์ในเครื่องมือ Keyword

หลังจากนั้น หาคำและวลีที่มีความสอดคล้องกับสิ่งที่เราคิดและเกี่ยวกับเว็บไซต์ของเรา โดยโปรแกรมนี้จะทำการค้นหา Keyword ที่ดีที่สุดและเกี่ยวข้องกับเว็ปไซต์คุณ จะสามารถดูได้ว่าแต่ละ Keyword ที่คุณต้องการ Focus มี Traffic(Volume) เท่าไหร่

Google Suggest

คุณอาจจะใช้ทางอื่นเสริม อย่างเช่น Google Suggest โดยการพิมพ์ Keyword ลงไปในหน้า google แล้วดูรายการข้างล่างว่ามีคำอื่นไหนบ้างที่เค้าแนะนำขึ้นมา

Google Analytics

นอกจากนี้คุณยังสามาถตรวจสอบและวิเคราะห์เว็บไซต์ของคุณ ด้วย Google Analytics และดูว่า Keyword หรือ วลีคำไหนมีคน search เข้าชม ถ้าหากว่าภายในเว็ปไซต์ของคุณมีสิ่งที่ทำให้ผู้ค้นหาต้องการที่จะค้นหาก็จะสามารถขยายคำ keyword เหล่านั้นให้กว้างขึ้น

การวัดโอกาส Keyword ที่จะประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้คุณควรต้องสร้างตารางคำนวณที่มีคอลัมน์ไม่กี่อัน สมมติว่าเรากำลังสร้างเว็บไซต์กางเกงยีนส์ เราควรมอง Keyword เช่น “กางเกงยีนส์” ซึ่งอาจจะมีการค้นหา 50,000 คนเมื่อเดือนที่ผ่านมา ตามเครื่องมือของ Google AdWords บอก เมื่อไปดูที่เครื่องมือ Moz คำที่มีความยากก็มี 26 จาก 100 ซึ่งหมายความว่ามันเป็นตำแหน่งที่ท้าทายสำหรับการที่จะติดอับดับในหน้าแรกๆ ของ Google

คอลั่มน์สุดท้ายของตารางคำนวนอาจจะเป็นสิ่งที่คำนวณความตั้งใจของเราที่จะให้ keyword เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยพื้นฐานแล้ว เราควรที่จะถามตัวเองว่าเท่าไหร่ที่เราต้องการหลังจากนี้? แล้วให้คะแนน 1-5

ถ้าหากเราใช้คอลั่มน์นั้นอย่างถูกต้องก็จะรู้สึกถึงความต้องการและความยากที่จะเข้าถึงของมัน จุดมุ่งหมายที่คุณต้องการคือ การคิด Keywords ที่ถูกต้อง ที่มีปริมาณการเข้าชมสูง การแข่งขันต่ำ และเป็นเว็ปไซต์ที่มีคุณค่า

Intent (กลุ่มของข้อมูลที่ผู้เข้าชมสนใจ)

Intent เป็นสิ่งที่ยากที่จะคิดออกมา หากคุณสามารถคิดออกมาได้ก็จะพิสูจน์ให้เห็นว่ามันเป็นประโยชน์ในการทำความเข้าใจ Curve ของการทำงานของ Keyword นี่คือตัวแทนของเส้นอุปสงค์ Keyword

ทางซ้ายมือคือจำนวนที่มีคนเข้า search ส่วนข้างล่างคือจำนวน Keyword ที่ไม่ซ้ำกัน และเส้นอุปสงค์ keyword คือจะบอกว่าเราอยู่ในช่วงไหนระหว่าง fat head, chunky middle, และ long tail ที่จะบอกระยะเวลาที่เราอยู่ในหน้า Google

ดั่งภาพตัวอย่างข้างต้นจะเห็นว่ายิ่งสามารถคิด Keyword ที่มีความเฉพาะเจาะจงเท่าไหร่การแข่งขันก็จะยิ่งน้อย แต่ถ้าหากคุณคิด Keyword ที่ค่อนข้างกว้างการแข่งขันก็จะยิ่งสูงและโอกาสที่จะติดอับดับต้นๆของการค้นหาก็จะน้อย

Fat head
ในกรณีของคำว่า “กางเกงยีนส์” จะอยู่ใน Fet head ของเส้นอุปสงค์ ที่มีการสือเข้าค้นหาอย่างมากมาย และมีแนวโน้มที่จะมีการแข่งขันสูงและ Intent ต่ำ เราไม่ทราบว่าถ้ามีคนพร้อมที่จะซื้อกางเกงยีนส์จริงๆหรือพวกเขาเพียงต้องการที่จะเห็นแบรนด์กางเกงยีนส์เท่านั้น

Chucky Middle
ในส่วนของ Chucky Middle ของเส้นอุปสงค์อาจจะพูดถึงแบรนด์กางเกงยีนส์ สมมุติว่าเป็นแบรนด์กางเกงยีนส์ของ Levi’s ใน Chucky Middle ฉันเห็นว่ามีแค่ไม่มีพันคนที่เข้าค้นหาต่อเดือน มันอยู่ตรงกลางระหว่างการแข่งขันกับคู่แข่ง แต่จะก็มีการแข่งขันที่ยุติธรรมและกลุ่มของข้อมูลที่ผู้เข้าชมสนใจค่อนข้างเฉพาะเจาะจง เรารู้ว่าถ้ามีคนอย่างน้อยมองหาแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง ก็มีโอกาสสูงที่พวกเขาจะซื้อกางเกงยีนส์แบรนด์นั้นๆ

Long Tail
ในเส้นอุปสงค์ของ Long Tail คุณจะได้ Keyword คำว่า “กางเกงยีนส์ Levi” หรือ “กางเกงยีนส์ของ Levi ลดราคา” ที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น มีเนื้อหาที่ผู้สืบค้นหาสนใจและการแข่งขันค่อนข้างต่ำ มีโอกาสสูงที่พวกเขาจะซื้อกางเกงยีนส์ในเว็ปไซต์ของคุณ

เมื่อคุณได้ Keywords ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย (Target) และเหมาะสมกับเว็บไซต์ของคุณแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับหรืออยู่ในตำแหน่งแรกๆ บน Search Engine เมื่อผู้ใช้ค้นหาด้วย Keywords ที่เราได้กำหนดไปข้างต้น ซึ่งจะมีเทคนิคอะไรบ้าง เราจะมาเปิดเผยในบทความต่อๆไป